


ผมเดินทางจากสถานีรถไฟโตเกียวแต่เช้าด้วยรถไฟขบวนสีฟ้านี้ครับ
ภาพที่เห็นผมลงจากรถที่สถานีปลายทางแล้วจึงเก็บภาพไว้
ทางขวามือจะมองเห็นรูปปลาทูน่าพันธุ์หนึ่ง
หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่าปลา มากุโระ ครับ นิยม กินกันแบบสด ๆ หรือซาซิมิ ครับ

ชื่อสถานีครับ Kasairinkaikoen (คาไซรินไก โคเอน) โคเอนแปลว่า สวน
ครับ เรียกง่าย ๆ ว่าสวน คาไซรินไก นี่เอง
สวนแห่งนี้
แบ่งเนื้อที่เป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ ครับ คือ ส่วนของสวนสาธารณะ มีชิงช้าสวรรค์วงใหญ่
กลางคืนจะเปิดไฟสีสวยงาม
ส่วนที่สองจะเป็นโดม พิพิธพันธ์ปลาครับ ส่วนที่สามคือ ท่าเรือโดยสาร
วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปเดี่ยวชมส่วนที่สองกันครับ
ไปดูปลากัน
ต้องออกแรงเดินกันหน่อยล่ะครับ
เพราะจากสถานีก็ต้องเดินไปไกลพอสมควรครับ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

หลังเดินออกจากสถานีรถไฟ
ก็จะมองเห็นสวนดังภาพด้านบนครับ ต้นไม้ที่เห็น ในฤดูหนาวใบร่วงหมดเลยครับ
ช่วงที่ผมไปเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของปี
2543 ครับ อากาศเริ่มอุ่นขึ้นบ้างแล้วครับ อยู่ราว ๆ 14-20 องศาครับ

ภาพแผนที่คร่าว
ๆ ครับ จะมองเห็นเส้นแถบสีดำสลับขาว
คือทางรถไฟ ผมเดินทางมาจากทางขวามือ จุดสีส้มคือสถานีที่ลงรถ
และเมื่อออกจากสถานี
ด้านขวามือ วงกลมดำ ๆ คือชิงช้าสวรรค์ ตรงไป เรื่อย ๆ มีทางแยกกลุ่มใหญ่
เดินเฉียงขั้นไปทางซ้ายมือ
จุดรูปพระจันทร์เสี้ยวสีส้ม
คือโดมของ พิพิธพันธ์ปลาครับ สีฟ้าด้านนอกคือทะเลครับ


ระหว่างทางเดิน
เห็นดอกไม้เลยเก็บภาพไว้ ดูแล้วก็ค่อยสดชื่นหน่อย เพราะว่าต้นไม้ช่วงนี้ไร้ใบ
ตู้สามใบที่เรียงอยู่ในภาพ คือ
ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติครับ ราคา 700 เยน
สำหรับคนอายุ
65 ขึ้นไปกับเด็ก 350 เยน


ระหว่างทางเดิน
ก็แวะถ่ายภาพสักหน่อย เป็นที่ระลึกครับ ภาพถัดมา เป็นจุดขายน้ำขายขนม แบบแผงลอยครับ (ไม่พบมากนักในเขตโตเกียว)
กับอีกภาพ ดูคนที่เดิน ๆ กันอยู่สิครับ หนาวก็หนาว
เดินกันเป็นคู่เลย ผมมาคนเดียว .......... หนาวจัง..งงง

เมื่อเดินผ่านช่องเก็บตั๋วได้พอเหนื่อยสักนิด
ก็มองเห็น โดมนี้ครับ ด้านใต้โดมนี้คือ ที่อยู่ของปลานา นา ชนิดครับผม
ไปดูกันครับ
ว่าใต้โดมนี้มีอะไร
ต่อหน้าสองนะครับ