www.FISHING4YOU.com
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ตุลาคม 30, 2014, 10:09:29 pm

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
136138 กระทู้ ใน 10833 หัวข้อ โดย 59624 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: H2youshop
* หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
+  www.FISHING4YOU.com
|-+  กระดานสนทนา สำหรับนักตกปลาทุกท่าน
| |-+  3) @ เที่ยวทั่ว ทัวร์ไทย ถ่ายภาพ @ (ผู้ดูแล: Botoya, bome8099, madfishin, suphatsi)
| | |-+  มาหัดถ่ายภาพกันเถอะ(ภาคการใช้งานอุปกรณ์)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: มาหัดถ่ายภาพกันเถอะ(ภาคการใช้งานอุปกรณ์)  (อ่าน 4865 ครั้ง)
madfishin
Moderator
## F4U TOP DIAMOND STAFF ##
*****

แต้มสะสม : 38076
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9181

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 78 : Exp 8%
HP: 5.5%


Do It Tomorrow


« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2011, 06:25:22 pm »

            
            แสงเป็นพื้นฐานของการถ่ายภาพ ถ้าปราศจากแสงสว่างคุณก็จะไม่สามารถมองเห็นหรือถ่ายภาพได้ เพราะแสงจะตกกระทบแล้วสะท้อนทุกสิ่งรอบตัว จนทำให้ทุกสิ่งมองเห็นได้ ทั้งตามนุษย์และกล้องถ่ายภาพ
            แสงคล้ายคลึงกับเสียงก็ตรงที่เป็นรูปแบบหนึ่งของพลังงาน มันจะกระ จายตัวออกไปเป็นลักษณะคลื่นซึ่งวิ่งด้วยความเร็วสูงมากจากแหล่งกำเนิดคือดวงอาทิตย์ ลักษณะของแสงในแง่ของการถ่ายภาพก็คือมันจะเดินทางเป็นเส้นตรงซึ่งคุณสามารถสังเกตุได้จากเงาที่ส่องตรงเบื้องหลังของวัตถุที่ไปปิดกั้นดวงอาทิตย์หรือสังเกตุลำแสงของดวงอาทิตย์ที่วิ่งผ่านหมอกควัน
           พฤติกรรมของแสงจะเปลี่ยนไปตามวัตถุหรือผิวหน้าที่มันตกกระทบ วัตถุที่ทึบแสงเช่นไม้หรือโลหะจะหยุดยั้งแสงจากการดูดซับรังสีส่วนใหญ่เอาไว้ ถ้าเป็นวัสดุใสอย่างเช่นแก้วหรือน้ำจะปล่อยให้แสงผ่านไปได้ ผิวของเนื้อผ้าจะสะท้อนแสงไปในทิศทางต่างๆกัน ดังนั้นแสงจะดูดกลืนทำให้อ่อนลงและกระจายตัว ถ้าเป็นผิวหน้าเรียบใสอย่างเช่นแก้วหรือโลหะขัดมันจะสะท้อนแสงกลับออกมาโดยไม่กระจายตัวมากนัก ดังนั้นคุณจะเห็นภาพได้ในกระจกที่สะท้อนแสง ผิวหน้าวัตถุส่วนใหญ่จะสะท้อนแสงบางรังสีของแสงออกมา ถ้าผิวยิ่งซีดยิ่งสะท้อนรังสีมากขึ้น แต่ถ้าเป็นสีดำจะไม่สะท้อนแสงเลย ถ้าผิวหน้าเป็นสีขาวจะสะท้อนแสงทั้งหมด สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญมากในการถ่ายภาพควรทำความเข้าใจให้ถ่องแท้และลึกซึ้งมากที่สุด



1. การกระจายตัวของแสงเมื่อกระทบวัตถุ(DIFFUSION)  วัตถุที่ทำให้แสงเกิดการกระจายตัว เช่น กระดาษไขกระจกฝ้า พลาสติกสีขาวขุ่น วัตถุเหล่านี้ทำให้คุณภาพแสงเปลี่ยนไปจากแสงแข็งเป็นแสงนุ่ม



2. การสะท้อนกับผิวที่เป็นเงา (SPECULAR REFLECTION) แสงที่ตกกระทบกับวัตถุที่เป็นมันเงา เช่นกระจกเงา จะสะท้อนแสงที่แรงและคุณภาพแสงใกล้เคียงกับแสงเดิม



3. การสะท้อนกับผิวขรุขระ (DIFFUSE REFLECTION) ผิวของวัตถุที่หยาบและขรุขระจะช่วยทำให้ทำให้แสงที่สะท้อนเกิดการกระจายตัวเปลี่ยนคุณภาพแสงแข็งเป็นแสงนุ่ม



4. การสะท้อนกับพื้นผิวที่เป็นสีพื้นของวัตถุที่เป็นสีต่างๆ จะดูดซับแสงในบางช่วงคลื่น และสะท้อนส่วนที่เหลือออกมาเช่นพื้นผิวสีแดงเมื่อมีแสงไปตกกระทบจะสะท้อนสีแดงออกมา



5. การดูดซับแสง พื้นผิวของวัตถุที่เป็นสีดำจะดูดซับคลื่นความถี่ของแสงที่ตกกระทบทั้งหมด และแปลงออกมาในรูปของพลังงานความร้อน



บันทึกการเข้า

วีระศักดิ์ ธนบดีดล เลขที่ บัญชี 572-2-00787-7  ธ.กสิกรไทย ออมทรัพย์
madfishin
Moderator
## F4U TOP DIAMOND STAFF ##
*****

แต้มสะสม : 38076
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9181

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 78 : Exp 8%
HP: 5.5%


Do It Tomorrow


« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2011, 07:05:22 pm »


ความสัมพันธ์ ชัตเตอร์กับรูรับแสง 
               สิ่งที่มีความละเอียด ซับซ้อน ในกล้องที่จำเป็นต้องอาศัย ความเข้าใจ ในการปรับควบคุม คือ รูรับแสง และ ความเร็วชัตเตอร์ ทั้งสองสิ่งต่าง มีหน้าที่กันคนละส่วน คือ รูรับแสงบนเลนส์ ทำหน้าที่ จำกัด ปริมาณ ของแสง ที่เข้ามา และชัตเตอร์ จะทำหน้าที่คอยเปิด-ปิดม่าน เพื่อให้ได้ผลของภาพ ตามเวลา ที่กำหนดไว้ และคุณสมบัติของทั้งสอง อีกอย่างคือ รูรับ แสงสร้างผลในเรื่องของความชัดลึก และชัดตื้น ขณะที่ ชัตเตอร์ สร้างผลในเรื่องความสั่นไหวของกล้อง และ การเคลื่อนที่ของวัตถุ แต่ ทั้งสองจะไม่สามารถแยกอันหนึ่งอันใดในการทำงานได้เลย
             

             เพราะทั้งสองสิ่งล้วน สัมพันธ์กัน อย่างแยกจากกันไม่ได้ ดังนั้น นักถ่ายภาพ จึงจำเป็นต้องเลือกค่าที่เหมาะสมในการบันทึกภาพ โดยใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงและรูรับแสงกว้าง หรือจะใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำกับรูรับแสงแคบ ทั้งสองกรณีจะได้รับแสงในปริมาณที่เท่ากัน และเป็นความสัมพันธ์ของขนาดรูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์
             การเลือกค่าบันทึกภาพ ขนาดรูรับแสง f-2 กับ ความเร็วชัตเตอร์ 1/500 วินาที แต่เราสามารถเลือกคู่อื่นได้ เช่นขนาดรูรับแสง f 5.6 กับ ความเร็วชัตเตอร์ 1/60 วินาที 
             หรือขนาดรูรับแสง f11 กับ ความเร็วชัตเตอร์ 1/15 วินาที ภาพที่ได้จะมีความพอดีเท่ากับใช้ ขนาดรูรับแสงf 2 กับ ความเร็วชัตเตอร์ 1/500 วินาที
             

              บางครั้งสภาพแสงที่ต้องการบันทึกภาพนั้นมีสภาพแสงน้อย ทำให้การบันทึกภาพนั้น ต้องใช้ รูรับแสงกว้าง หรือ ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ เพื่อให้ได้รับแสงที่ เพียงพอจะบันทึกภาพนั้นได้ หรือ ถ้าจะบันทึกภาพในที่ที่มีแสงแดดจัด ก็อาจต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงขึ้นหรือรูรับแสงที่แคบลง เพื่อให้กล้องได้แสงที่เหมาะสม เช่นเดียวกัน ในการบันทึกภาพทั่วๆ ไป จะพบว่า ค่าแสงที่วัดได้ในครั้งแรกนั้นจะเป็นเพียงค่ากลาง จากนั้นนักถ่ายภาพจะพิจารณาว่า ภาพที่ต้องการบันทึก ควรจะใช้ความเร็วชัตเตอร์เท่าไร ใช้รูรับแสงขนาดใด ซึ่งถ้าหากเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์สูง เพื่อหยุดความเคลื่อนไหว ก็ต้องชดเชยกับค่าแสงที่สูญเสียไป โดยเลือกรูรับแสงที่กว้างขึ้น หรือ เมื่อต้องการเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ ก็ต้องใช้รูรับแสงที่แคบขึ้น เพื่อลดค่าแสงที่เข้ามามากกเกินไปนั่นเอง
บันทึกการเข้า

วีระศักดิ์ ธนบดีดล เลขที่ บัญชี 572-2-00787-7  ธ.กสิกรไทย ออมทรัพย์
madfishin
Moderator
## F4U TOP DIAMOND STAFF ##
*****

แต้มสะสม : 38076
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9181

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 78 : Exp 8%
HP: 5.5%


Do It Tomorrow


« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2011, 07:43:56 pm »

              ภายในกล้อง ดิจิทัลทุกๆตัว จะมีฟังค์ชั่น ในการปรับ ISO ซ่อนอยู่ในเมนูปรับแต่งกล้อง  การปรับค่าISO ทำเพื่อให้กล้องมีความไวต่อแสงน้อยลงหรือมากขึ้นกว่าเดิม แล้วถ้าจะพูดกันอีกแบบก็คือถึงแม้ว่าแสงในธรรมชาติจะมีน้อย  แต่กล้องก็สามารถมองเห็นและบันทึกภาพได้
             ในกรณีที่ถ่ายรูปในสภาพแสงปกติเราก็อาจจะปรับกล้องให้มีความไวต่อแสงมากๆได้(400-800 หรือ1600 )   แต่ผลข้างเคียงของการใช้ISO สูงๆ ก็จะตามมาคือภาพแตกเป็นเม็ดๆ  ดังนั้นสิ่งที่อยากจะเน้นเรื่องการใช้ISO สูงๆถ่ายภาพก็คือ ค่าISO 400 – 800 -1600  ความคมชัดของรูปก็จะลดลง ภาพจะมีเม็ดปรากฏ(Noise) รายละเอียดของภาพจะหยาบ ขึ้นหยาบขึ้นตามลำดับของการตั้งค่าISOที่สูงขึ้น

           ดังนั้น เราควรที่จะต้องถ่ายภาพ มาให้สว่างพอดี  ถ้าถ่ายมาอันเดอร์(มืดไป)เวลาคุณเอามาปรับแต่ง “เร่งแสง” ในคอมพิวเตอร์หรือเวลาช่างที่ร้านอัดรูปเขาเพิ่มแสงให้รูปคุณสว่างขึ้นภาพก็จะแตกเป็นเม็ดๆๆ และดูไม่ชัดไม่สวยเลยเพราะในส่วนที่มืดจะมีข้อมูลน้อยและมี Noise มาก  การเร่งแสงให้สว่างขึ้นก็เท่ากับเร่ง Noise ให้เด่นชัดขึ้นมาด้วยนั่นเอง

          ดังนั้นผมคงอยากจะแนะนำว่า...
ปรับสีให้สด ปรับคอนทราสให้จัดตามใจคุณชอบจากในกล้องให้เรียบร้อย(กล้องคอมแพ็ค บางรุ่นปรับแต่งไม่ได้)แล้วถ่ายมาให้พอดีๆ  ถ่ายแล้วดูว่าสว่างพอดีไหมถ้ามืดไปก็ถ่ายใหม่  ต้องทำใจครับไม่มีอะไรดีสมบรูณ์โดยไม่มี“Side Effect”( ผลข้างเคียง)
          ในสภาพแสงน้อย หรือ ภายใต้ร่มเงาหรือภายในอาคาร  เราใช้ISO สูงๆ 400 ,800,1600 เพื่อถ่ายรูป ในเวลาที่แสงน้อยมากๆ(ในเวลาที่ไม่มี...หรือไม่สามารถใช้ขาตั้งกล้องได้หรือ ในที่ๆห้ามใช้ไฟแฟลช์ยิง)

          เช่นภาพวิวกลางคืนยามเย็นโพล้เพล้ภาพในอาคาร ในโบสถ์หรือ สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งสภาพแสงน้อย ทำให้กล้องต้องเปิดชัดเตอร์รับแสงนานขึ้น   ดังนั้นถ้ามือคุณไม่นิ่งจะได้ภาพสั่น เบลอ แทนที่จะได้ภาพมืดๆ หรือ ภาพสั่นๆมา  เราก็จะได้ภาพที่สว่าง คมชัดและสวยงามมาแทนยิ่งปรับ ISO สูงมากเท่าไหร่ชัดเตอร์ก็จะเร็วมากขึ้นเท่านั้น  อันนี้ต้องลองปรับดูครับว่าปรับISO แค่ไหนถึงจะพอใจ

         แต่อย่าลืมว่า ISO สูง ๆ มันมีผลข้างเคียงครับ  เราใช้ISO สูงๆ ในกรณีถ่ายภาพ ในระยะไกล(ใช้เทเลโฟโต้ซูมเลนส์)เพื่อป้องกันการภาพสั่นไหว เนื่องจาก “มือไม่นิ่ง” การปรับ ISO สูงๆจะทำให้ความเร็วสปีดชัดเตอร์ "สูงขึ้นกว่าปกติ"ถึงแม้ว่ามือจะไม่นิ่ง แต่ก็ไม่ต้องกังวลว่า มือจะสั่นภาพจะเบลอครับ
         เพราะว่า ม่านชัดเตอร์ปิดเร็วมากๆ เร็วกว่าการสั่นไหวของมือ เราเสียอีก 

         ใช้ISO สูงๆ เมื่อต้องการ “เพิ่มความเร็วของ Shutter Speed”ให้สูงขึ้นกว่าเดิม
ในเวลาที่ต้องการถ่ายภาพวัตถุเคลื่อนที่ให้หยุดนิ่ง   ในสภาพแสงปกติบางครั้งปรับรูรับแสงให้กว้างก็แล้วความเร็วของ Shutter Speed ก็อาจจะยังเร็วไม่พอ  การปรับISO ให้สูงขึ้นก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกแต่ขอให้ใช้เป็นอันดับสุดท้ายนะครับ  ลองเพิ่มรูรับแสงหรือระบบชดเชยแสง เสียก่อนถ้าไม่ได้จริงๆ ค่อยเพิ่ม ISO ครับ
บันทึกการเข้า

วีระศักดิ์ ธนบดีดล เลขที่ บัญชี 572-2-00787-7  ธ.กสิกรไทย ออมทรัพย์
madfishin
Moderator
## F4U TOP DIAMOND STAFF ##
*****

แต้มสะสม : 38076
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9181

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 78 : Exp 8%
HP: 5.5%


Do It Tomorrow


« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2011, 08:53:20 pm »

 heihei Lens Zoom กับTele ต่างกันอย่างไร แต่ละประเภทใช้งานต่างอย่างไร หลายท่านยังคิดว่าคือตัวเดียวกันอยู่
          ก่อนจะบอกว่าเลนส์เทเลคืออะไร  ก็ควรจะต้องทราบนิยามของเลนส์ normal ก่อนนะครับ
เลนส์ normal คือเลนส์ที่มีทัศนมิติ( perspective )เทียบเท่ากับการมองด้วยตาของเรา ซึ่งโดยปกติแล้ว
ผู้ผลิตเลนส์จะผลิตเลนส์ในความยาวโฟกัส 50 mm ออกมาเป็นเลนส์ normal
ซึ่งก็ยังคงให้ทัศนมิติใกล้เคียงกับตาของเรา ( เมื่อมองลอดผ่านช่องมองภาพ )
          เลนส์ wide angle จึงเป็นเลนส์ที่มีมุมรับภาพกว้างกว่าเลนส์ normal หรือ ความยาวโฟกัสสั้นกว่าเลนส์
normal นั่นเอง ในอดีตเลนส์ wide angle จะผลิตกันออกมาที่ความยาวโฟกัสต่างๆเช่น 35 ,28 ,24 ,20 ฯลฯ
ซึ่งก็ยังมีอีกหลายค่าความยาว เลนส์ wide angle อาจจะถูกออกแบบสร้างจนมีความยาวโฟกัสที่สั้นมากๆ
หรือ อาจจะผลิตจนมีองศาการรับภาพกว้างถึง 180องศา ซึ่งจะถูกเรียกว่าเลนส์ตาปลานั่นเอง
         ส่วนเลนส์Telephoto ก็จะเป็นเลนส์ที่ตรงกันข้ามกับเลนส์wide angle มุมรับภาพจะแคบลงตามความยาว
โฟกัสที่เพิ่มขึ้น เลนส์กลุ่มนี้เมื่อมองผ่านช่องมองภาพจะให้ความรู้สึกเหมือนมองผ่านกล้องส่องทางไกล ยิ่ง
ความยาวโฟกัสสูงขึ้นเท่าไหร่ความสามารถในลักษณะของกล้องส่องทางไกลยิ่งเพิ่มมากขึ้น
        ปัญหาของเลนส์ที่กล่าวมาข้างต้นเหล่านี้มีเพียงเรื่องเดียวคือเป็นเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสตายตัว ซึ่งเขาจะ
เรียกกันว่า "Prime Lens" ( ไม่ใช่Fixed lens นะครับ นั่นแปลว่าเลนส์ที่ถูกซ่อมแซมมา เด๋วเวลาไปค้นตาม
เวปกล้อง เวปเลนส์จะสงสัยว่าเลนส์ prime มันคืออะหยัง )
       เวลาที่จัดองค์ประกอบของภาพก็อาจจะไม่สะดวก ต้องเดินหน้า ต้องถอยหลัง
บางทีก็ถอยหลังไม่ได้เพราะจะตกคลอง เดินหน้าก็ไม่ได้เพราะเดี๋ยวจะตกหน้าผา
แต่คุณภาพของเลนส์ Prime อยู่ในขั้นที่เรียกว่าดีถึงดีมาก เนื่องจากประกอบด้วยชิ้นเลนส์ไม่กี่ชิ้น
จึงออกแบบได้ง่าย และแก้ปัญหาต่างๆได้ค่อนข้างดีถึงดีมากๆ
       จึงมีการผลิตเลนส์อีกประเภทหนึ่ง โดยเป็นเลนส์ที่สามารถปรับเปลี่ยนค่าระยะความยาวโฟกัสได้นั่นเอง ซึ่ง
นั่นก็คือเลนส์ Zoom การออกแบบเลนส์ Zoom จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยากเอาการ เพราะเลนส์จะมีชุดและ
ชิ้นเลนส์มากกว่าเลนส์prime ปัญหาของเลนส์ที่ประกอบด้วยชุดและชิ้นมากๆก็ย่อมตามมา



             ประเภทของเลนส์ซูมนั้น แต่ก่อนจะเรียกกันตามระยะความยาวโฟกัส เช่น
             1. Wide angle zoom ซึ่งจะเป็นเลนส์ซูมที่มีช่วงความยาวโฟกัสอยู่ในช่วงของเลนส์ wide เช่น 16-35mm
             2. wide to normal zoom ก็จะเป็นเลนส์ที่มีช่วงความยาวโฟกัสจากช่วงของ wide ขึ้นมาถึงช่วงของ normal
lens เช่น EF22-55mm ของCanon หรือ AF Zoom-Nikkor 24-50mm
             3. normal to telephoto zoom ก็จะคล้ายกับข้อ 2 เช่น EF 50-200 mm
             4. Wide to Telephoto zoom เลนส์ในกลุ่มนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นเลนส์อเนกประสงค์จริงๆ เพราะสามารถ
ครอบคลุมมุมรับภาพในช่วงประจำวันได้ทั้งหมด ขนาดยอดนิยมกันนั้นก็จะเป็น 35-70 , 35-105 , 28-
105 ,24-105 ,28-70 , 24-70 เป็นต้น จนบางทีก็ถูกเรียกติดปากเป็น normal zoom ไปซะเลย
             5. Telephoto zoom ชื่อก็บอกอยู่ในตัวอยู่แล้วครับ ขนาดยอดฮิตดูเหมือนจะเป้น 70-200 ,80-200 กระมัง
สมัยก่อนมันเป็นเลนส์Tele zoom ที่เรียกกว่า is the must เพราะดูเหมือนจำเป็นจะต้องมีติดกระเป๋ากล้อง
เสมอ
            พอมาถึงยุค digital ฟูเฟื่อง มุมรับภาพของกล้องดิจิทัลจะแคบกว่ากล้องfilm อันเนื่องจากขนาดของimage
sensor ที่เล็กกว่าพื้นที่ของฟิล์ม ทำให้มุมในการรับภาพของเลนส์ที่มองเห็นผ่านกล้องผิดไปจากเดิม ดังนั้น
บางทีเลนส์10mm ในกล้องCompact Digital ก็อาจจะเป็นเลนส์Teleไปก็ได้นะครับ จึงต้องดูด้วยว่าเลนส์ตัวไหน ใช้กับกล้องอะไร



           ซูม(ZOOM)เลนส์คือในเลนส์ตัวเดียวมีมุมรับภาพจากช่วงหนึ่งไปยังอีกช่วงหนึ่ง
คือยืนถ่ายที่จุดเดียวสามารถดึงภาพขยายภาพที่จะถ่ายโดยไม่ต้องเดินหน้าถอยหลัง
           เทเล(TELE) คือเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสสูงเพียงค่าเดียว มีมุมรับภาพแคบทำให้มองเห็นเหมือนภาพถูกดึงเข้ามาใกล้
(คนชอบเรียกผิดว่าซูมเข้ามา) แต่ไม่สามารถเปลี่ยนขนาดภาพได้ถ้าอยากได้ภาพโตขึ้นก็ต้องเดินเข้าไปใกล้อยากให้ภาพมันกว้างขึ้นก็ต้องถอยออกมา
           ซูมเน้นความสะดวกในการใช้งานครับ มีหลายช่วงต้องเลือกให้ถูกงาน เช่นชูมที่อยู่ในช่วงมุมกว้างอย่าง
เดียว(17-35) ช่วงมุมกว้างถึงเทเล(28-105) หรืออยู่ในช่วงเทเลอย่างเดียว(80-200) ส่วนเทเลเน้นการใช้งานที่ต้องการคุณภาพสูงกว่า
เลนส์ซูม คือเลนส์ที่มีหลายค่าทางยาวโฟกัส เช่น10-22mm อันนี้เรียกว่า wide zoom คือซูมได้ในช่วงมุมรับภาพกว้างๆ


28-75mm เรียกว่า normal zoom คือซูมได้ในช่วงมุมภาพปานกลาง


80-200mm เรียกว่า tele zoom คือซูมได้ในช่วงไกลๆ ถึงไกลโคดๆ


28-300 mm เรียกภาษาชาวบ้านว่าเลนส์ซูมครอบจักรวาล เลนส์ตัวเดียวเที่ยวทั่วโลก เป็นต้น
เลนส์คุณภาพสูงๆ ราคามหาโหดส่วนใหญ่เป็น Prime Lens (คือซูมไม่ได้) จำพวก tele ครับ ดังนั้นถ้าจะหวังผล
ภาพถ่ายจากเลนส์tele ส่วนมาก น่าจะใช้ Prime Lens มากกว่าเลนส์zoom ครับ

               ราคาของเลนส์ซูมจะถูกหรือแพงจะขึ้นอยู่กับรูรับแสงช่วงกว้างสุด เลนส์ซูมที่มีรูรับแสง F.2.8 อาจจะมีราคาแพงกว่าเลนส์ขนาดเดียวกันที่มีรูรับแสง F.5.6 ห้าเท่าถึงสิบเท่าก็เป็นไปได้
บันทึกการเข้า

วีระศักดิ์ ธนบดีดล เลขที่ บัญชี 572-2-00787-7  ธ.กสิกรไทย ออมทรัพย์
madfishin
Moderator
## F4U TOP DIAMOND STAFF ##
*****

แต้มสะสม : 38076
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9181

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 78 : Exp 8%
HP: 5.5%


Do It Tomorrow


« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2011, 09:46:13 pm »

               ระบบสมดุลย์สีของแสง( White Balance )กับการใช้งาน ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับ ว่า WB สำหรับกล้องดิจิตอลนั้นคือ filter แก้สีให้ถูกต้อง เท่านั้นเองครับ ซึ่งจะมีหลายแบบ ให้เลือกใช้กันครับ ... แต่จะแตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ .. ซึ่ง WB เหล่านี้จะทำหน้าที่แก้สีของภาพ ในบรรยากาศตอนเราถ่ายภาพ
               เราเห็นแอ๊บเปิ้ลสีแดง เพราะ แสงสะท้อนจากแอ๊บเปิ้ลนั้นวิ่งเข้าสู่ตาเราครับ ... วัตถุที่เราเห็นมีสีอะไร คือวัตถุนั้นสะท้อนแสงนั้นเข้าตาเราครับ .. และในความหมายเดียวกันวัตถุนั้น ก็ดูดกลืนแสง(สี)ที่เรามองไม่เห็นจากวัตถุนั้นเช่นกันครับ
เหมือนสีดำจะไม่สะท้อนสีใด แต่จะดูดกลืนทุกช่วงสี (ผมขออธิบายง่ายๆว่าเป็นสีไม่ขออ้างอิงเรืองความยาวคลื่นแสง หรือ การสะท้อนแสงนอกเหนือระดับ visible light) นะครับ
               โดยปกติแล้ว แสงอาทิตย์ที่เราเห็น พอผ่านปริซึมหรือเมื่อมีการหักเห ก็ออกมาเป็นเจ็ดสีนั่นเองครับ (ขอเรียกสีแล้วกันนะครับ แต่จริงๆแล้ว คือ ช่วงความยาวคลื่นที่ต่างกัน )



               แม่สีที่ยกมาเป็นตัวอย่างนั้น ขออธิบายสั้นๆว่า RGB หรือ red green blue นั้นเป็นแม่สีของแสงครับ ... รวมกันแล้วได้สีขาว เป็นแม่สีของระบบไฟฟ้า ดังนั้นค่าที่ถูกต้องของสีพวกนี้จึงต้องอ้างอิงจาก สีขาว ..หรือที่เราเรียกว่า white balance นั่นเองครับ 
               เมื่อเราต้องการแก้สีที่ผิดเพี้ยนไปในภาพถ่ายหรือต้องการสีของภาพที่เปลี่ยนไป  ให้เราดูจากวงเวียนสีนะครับใช้สีตรงข้ามกันนำมาใช้งาน  เช่นภาพออกโทนสีส้มสีที่ตรงข้ามกับสีส้มในวงเวียนคือสีน้ำเงิน  เราก็ใช้ฟิลเตอร์สีน้ำเงินมาปรับแสงให้สีดูเป็นปรกติได้นั่นเอง  หรือเลือกใช้ WB ในกล้องก็ได้เช่นกัน
               เวลาถ่ายรูปกล้องจะมีWB มาให้เลือกใช้หลายค่า เพื่อจะทำให้ภาพที่ได้มีสีที่ถูกต้อง ตามสภาพแสงที่ผิดเพี้ยนไป ... เคยถ่ายกลางคืนแล้วหน้าออกมาเขียวๆหรือแดงส้มๆไหมครับ ..
               นั่นแหละฮะประเด็นใหญ่.... เช่นกรณีอยู่ในห้องที่มีหลอดไส้แบบเก่า เราเรียกว่าหลอดทังสเตน ... แสงของหลอดไฟทังสเตน เกิดจากความร้อนที่ไส้หลอด แสงที่ออกมา จะเป็นพลังงานที่เกิดจากการกระโดดข้ามชั้นของอิเล็กตรอน ในโมเลกุลของไส้หลอด -*- มันให้แสงที่มีสีที่เราเห็นนั่นแหละครับ ง่ายๆ แหะๆๆ
               สีจะออกแนวส้มๆ ใช่มั้ยครับ คนที่ถูกถ่ายก็จะส้มไปด้วย WB ในกล้องก็เหมือนกับ filter แก้สีครับ ทำให้เหมือนใช้filter ที่จะให้ค่าแสงถูกต้อง หน้าไม่ส้มจนเกินไปครับ โดย เราจะสามารถเลือก filter ได้ถูกต้องจากการ ทราบสภาพแสงครับ แต่ยกตัวอย่างจาก การใช้งานจะง่ายกว่า มาดูWhite balance ของกล้องคุณกันนะครับ (เอาส่วนใหญ่)

             อันเเรก รูปพระอาทิตย์
หมายถึง WB ทีเราควรจะเลือกใช้ในวันที่มีแดดดีๆครับ ..... แสงจะมีโทนอยู่ระหว่าง Cyan กับ Blue (ดูวงเวียนสีประกอบนะครับ)  แดดดีๆเนี่ยรังสี UV ก็มากถูกมั้ยครับ  แสง UV จะให้สีฟ้าอมน้ำเงิน เพราะฉะนั้น... แสงที่ถูกต้องที่กล้องควรจะจับภาพคือ ต้องใส่filter ที่มีสีตรงข้ามกัน ก้อเหมือนแก้ทางกันนะเองครับ  เพราะฉนั้นสีที่ตรงข้ามกันกับ UV คือสีดูวงเวียนครับ
            เมื่อเราใช้รูปก็จะไม่ติดโทนน้ำเงินมากนักครับ (ลองหาฟิลเตอร์uv ของกล้องฟิล์มมาดูนะครับ จะเห็นว่า มีสีชมพูอ่อนๆ แล้วแต่ยี่ห้อด้วยนะครับ)
มาถึง WB ที่เหลือ

            อันที่หน้าตาเป็นเมฆ ... เราเรียก cloudy ครับ
........ การที่เมฆมากก้อเหมือนกับไอน้ำในอากาศมากครับ .. ไอน้ำเหล่านี้จะทำหน้าที่สะท้อนแสงแดดได้อย่างดีเปรียบเสมือนพระอาทิตย์ดวงเล็กๆนั่นเองครับ .... ดังนั้น เท่ากับว่า เหมือนกับเรามีปริมาณ UV เพิ่มขึ้นมามากกว่าเดิม ถูกมั้ยครับ ... แสดงว่าสีที่เพิ่มขึ้นก้อต้อง ........ติดน้ำเงินมากยิ่งขึ้น.......... ดังนั้น WB ที่จะเอามาแก้แบบนี้คือ cloudy ก้อจะต้องมีสี..........ตรงข้าม blueก้อคือ สีแดงครับ .... ถ้าตอนนี้มีกล้องในมือก้อเอามาเล่นได้เลยนะครับ ลองปรับไปที่ WB cloudy ดูนะครับ ... ถ้าสภาพแสงปกติจะเห็นได้เลยว่ารูปจะออกมาสีแดงๆ ... นั่นเป็นเพราะเหมือนเราใส่filter สีแดงเข้าไปนั่นเองครับ ....WB คือ การใส่filter ให้กล้องเพื่อให้ได้ค่าสีที่ถูกต้อง ......

           อันที่สามเป็นรูปหลอดไฟ ... หมายถึง หลอดไส้เราเรียก wb แบบนี้ว่า ทังสเตนครับ
ไฟที่ออกมาจากหลอด สีจะออกส้มๆ ถูกมั้ยครับ ...ดังนั้น filter ก็จะอยู่..............ตรงข้ามคือสี...............ดูจากวงเวียนนะครับ .....
เพราะฉนั้นเวลาเราไปอยู่ในสภาพแสงที่แตกต่างกันเราก้อจะสามารถเลือก wb ให้ถูกต้องทำให้เราได้สีที่ถูกต้องครับ ....
           อันสุดท้าย ..... หลอดยาว .... คือ หลอดฟลูออเรสเซนต์นั่นเองครับผม .ที่ใช้กันตามบ้านนั่นแหละครับ
หลอดฟลูนี้ เกิดจากหลักการง่ายๆคือการทำให้ก๊าซคลอรีนเรืองแสง ... สีของคลอรีน โดยทางเคมีแล้วคือสีเขียวนะครับ ...ดังนั้นแสงที่ออกมาจะออกเขียวแต่ตาคนเราอาจะเเยกไม่ออกครับ ...ถ้าแสงอมเขียวดังนั้น filter คือ สี
บันทึกการเข้า

วีระศักดิ์ ธนบดีดล เลขที่ บัญชี 572-2-00787-7  ธ.กสิกรไทย ออมทรัพย์
หมีแพนด้า
## F4U TOP DIAMOND STAFF ##
***********

แต้มสะสม : 5535
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1140

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 27 : Exp 42%
HP: 0.4%



« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2011, 09:48:56 pm »

 heihei heiheiแล้วถ้ากล้องตัวละ2000ของผมมีระบบแบบนี้มัยคับ heihei heihei
บันทึกการเข้า
arcero_add(อั๋น^^ครับ)
ผู้สื่อข่าวพิเศษ
## F4U TOP DIAMOND STAFF ##
*****

แต้มสะสม : 8145
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1621

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 32 : Exp 72%
HP: 11.9%


จงแน่วแน่ และตั้งใจ จะสำเร็จ


« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2011, 10:01:48 pm »

เริ่มตาลาย........ oyoyo
บันทึกการเข้า
Peat...TVO
..."ชีวิต"...กับ..."สู้"...มันของคู่กัน...
## F4U TOP DIAMOND STAFF ##
***********

แต้มสะสม : 27672
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5532

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 60 : Exp 57%
HP: 0.8%


...อย่าคาดหวังถึงวันพรุ่งนี้...


« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2011, 10:18:26 pm »

 heiheiเหมือนนั่งในห้องเรียนเลยคับ heihei
บันทึกการเข้า

...อย่าถามว่าตกปลาแล้วได้อะไร แค่ได้ความสุขใจก็พอ...
PLE18
อยากส์....ตกปลาจังเลย....
ผู้สื่อข่าวพิเศษ
## F4U TOP DIAMOND STAFF ##
*****

แต้มสะสม : 26997
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5394

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 59 : Exp 81%
HP: 28.4%


ไปตกปลากันไหมคร้าบ.....


« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2011, 10:44:08 pm »

บอกแล้วไงครับ อย่างเดียวที่แกไม่เป็นคือ....มะเร็ง(โปรแกพูดเองนะครับ)
 so good so good so good so good so good so good so good
บันทึกการเข้า

ถ้าเราได้ทำอะไรในสิ่งที่เรารักมันคือความสุข..ถูกบ้างผิดบ้างขออภัย แต่ยังไงต้องไม่เอาเปรียบผู้อื่น
Botoya
Create All Hapiness For Thai Angler
## Admin ##
## F4U TOP DIAMOND STAFF ##
*****

แต้มสะสม : 65435
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4289

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 53 : Exp 32%
HP: 55%


เพื่อนใหม่ ๆ ที่เข้ามา ทดลองโพสต์ ดูนะครับ


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2011, 12:37:07 am »

น้าแมด ขอเลนส์ในภาพ รวม ๆ นั้นซักชุดสิ ผ่านวันละห้าบาท ห้าปีเลยเอ้า 
บันทึกการเข้า
wongsaprom
ผม เท็น-เท็น ครับ
## F4U TOP DIAMOND STAFF ##
***********

แต้มสะสม : 8066
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1614

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 32 : Exp 65%
HP: 0.4%


ผม เท็น-เท็น ครับ


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2011, 01:59:24 am »

ผมขอ. 15-85 is usm+100 marcro 1:1. นะคร้าบ
บันทึกการเข้า

ใครไปแถว ๆ เขื่อน หรือ ธรรมชาติ ไกล้ ๆ รังสิต อยุธยา เรียกด้วยเน้อ
Botoya
Create All Hapiness For Thai Angler
## Admin ##
## F4U TOP DIAMOND STAFF ##
*****

แต้มสะสม : 65435
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4289

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 53 : Exp 32%
HP: 55%


เพื่อนใหม่ ๆ ที่เข้ามา ทดลองโพสต์ ดูนะครับ


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2011, 10:03:50 pm »

อ่านมาสองภาค ตอนนี้ผมรอภาค 3 อยู่ครับ  shears
บันทึกการเข้า
madfishin
Moderator
## F4U TOP DIAMOND STAFF ##
*****

แต้มสะสม : 38076
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9181

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 78 : Exp 8%
HP: 5.5%


Do It Tomorrow


« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2011, 10:34:26 pm »

อ่านมาสองภาค ตอนนี้ผมรอภาค 3 อยู่ครับ  shears
อิอิ.....ไม่ได้ส่งการบ้านนาน  ตอนหน้าจะมาว่าด้วยเรื่อการถ่ายภาพแบบต่างๆกันดีกว่าครับ  จะได้ทราบว่ารูปสวยๆที่เราเห็นเขามีวิธีถ่ายภาพกันยังไง

แต่ต้องบอกกับผู้ที่สนใจเรื่องกล้องด้วยนะครับว่าการถ่ายภาพก็เหมือนกับการตกปลา 

ถ้าเราจำเราจะทำได้เท่าที่เรารู้มา  แต่ถ้าเราคิดต่อ  ผลงานที่ออกมาจะมีเอกลักษณ์ที่เป็นตัวของเราเอง
บันทึกการเข้า

วีระศักดิ์ ธนบดีดล เลขที่ บัญชี 572-2-00787-7  ธ.กสิกรไทย ออมทรัพย์
m_prerunner
## F4U TOP DIAMOND STAFF ##
***********

แต้มสะสม : 2604
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 560

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 19 : Exp 19%
HP: 0.1%



« ตอบ #13 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2011, 03:19:09 pm »

น้าแมดคับ 550D ใช้เลนส์ตัวไหนดีคับเอาตัวเดียวเที่ยวทั่วไทยอะคับ Photo Photo Photo Photo
บันทึกการเข้า
madfishin
Moderator
## F4U TOP DIAMOND STAFF ##
*****

แต้มสะสม : 38076
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9181

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 78 : Exp 8%
HP: 5.5%


Do It Tomorrow


« ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2011, 04:12:44 pm »

น้าแมดคับ 550D ใช้เลนส์ตัวไหนดีคับเอาตัวเดียวเที่ยวทั่วไทยอะคับ Photo Photo Photo Photo
ถ้างบน้อยจะมีพวกที่รูรับแสงแคบหน่อย จะถ่ายภาพแบบหลังเบลอมากๆไม่ได้  ชัดกันลูกเดียว  ในที่ๆมีแสงน้อยถ่ายยากหน่อยเพราะต้องใช้ชัตเตอร์ความเร็วต่ำ  ขาตั่งกล้องดีๆช่วยเราได้ครับ
Canon EF-S 55-250mm f/4-5.6 IS
Canon 55-250mm IS เลนส์ telephoto ขนาดเล็ก ราคาประหยัด มีชิ้นเลนส์ UD และระบบกันสั่น (IS) ช่วยเพิ่มความสว่าง 4 stop
ถ้าชอบแอบถ่าย ชอบเก็บรายระเอียด ถ่ายกลางวันใช้ได้  แต่หนักหน่อยแบกทั้งวันคอเคล็ดครับ   ราคา 6,500 เอง 

Canon EF-S 18-135mm f/3.5-5.6 IS
Canon EF-S 18-135mm f/3.5-5.6 IS ได้ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งด้วยระบบ Image Stabilizer ทำให้ผู้ใช้งานสามารถที่จะแพนกล้องเพื่อที่จะถ่าย
ตัวนี้เหมาะกับถ่ายภาพวิวมุมกว้างๆ  ถ่ายภาพในที่แคบ ถ่ายภาพบุคลครับ ตัวนี้ผมว่าเหมาะครับ  ตัวนี้ราคา 10,000 บาท

Canon EF-S 18-55mm f/3.5-5.6 IS
EF-S 18-55mm f/3.5-5.6 IS เหมาะสำหรับการถ่ายภาพทั่วไปที่ระยะซูมมาตรฐาน มีระบบกันสั่น 4-stop
เหมาะกับการถ่ายภาพวิวมุมกว้างอย่างเดียว เที่ยวทะเล ภูเขาเข้าถ้ำแจ่ม

เลือกเอาครับว่าเราชอบถ่ายภาพแนวไหน

ถ้างบสูงกว่า30,000 บาทดูเลนส์ที่ระยะใกล้ๆกันกับด้านบน  แต่จะได้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างขวางใหญ่โต  ก็จะถ่ายภาพที่มีลูกเล่นสูงๆได้ง่าย  สร้างภาพตามใจนึกได้ดี  มีความคมชัดของภาพสูงกว่า  สีของภาพถ่ายจะมีความเพี้ยนน้อย  สบายยามค่ำคืนด้วยความเร็วชัตเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นได้มากกว่าเลนส์รูรับแสงแคบๆครับ


บันทึกการเข้า

วีระศักดิ์ ธนบดีดล เลขที่ บัญชี 572-2-00787-7  ธ.กสิกรไทย ออมทรัพย์
m_prerunner
## F4U TOP DIAMOND STAFF ##
***********

แต้มสะสม : 2604
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 560

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 19 : Exp 19%
HP: 0.1%



« ตอบ #15 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2011, 06:12:20 pm »

น้าแมดคับ 550D ใช้เลนส์ตัวไหนดีคับเอาตัวเดียวเที่ยวทั่วไทยอะคับ Photo Photo Photo Photo
ถ้างบน้อยจะมีพวกที่รูรับแสงแคบหน่อย จะถ่ายภาพแบบหลังเบลอมากๆไม่ได้  ชัดกันลูกเดียว  ในที่ๆมีแสงน้อยถ่ายยากหน่อยเพราะต้องใช้ชัตเตอร์ความเร็วต่ำ  ขาตั่งกล้องดีๆช่วยเราได้ครับ
Canon EF-S 55-250mm f/4-5.6 IS
Canon 55-250mm IS เลนส์ telephoto ขนาดเล็ก ราคาประหยัด มีชิ้นเลนส์ UD และระบบกันสั่น (IS) ช่วยเพิ่มความสว่าง 4 stop
ถ้าชอบแอบถ่าย ชอบเก็บรายระเอียด ถ่ายกลางวันใช้ได้  แต่หนักหน่อยแบกทั้งวันคอเคล็ดครับ   ราคา 6,500 เอง 


ผมเอาแบบนี้ดีกว่าเพราะชอบแอบถ่ายอะคับ Photo Photo Photo ขอบคุณคับน้าแมด
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.251 วินาที กับ 21 คำสั่ง